ชื่ออุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา

วัดนก


 

          วัดนก   เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยอยุธยา  ตั้งอยู่บริเวณส่วนกลางของเกาะเมือง  ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของวัดมหาธาตุไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อใด  ใครเป็นผู้สร้าง  มีหลักฐานเพียงแต่ปรากฏชื่อวัดในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาโดยกล่าวว่าเมื่อสมเด็จพระนเรศวรได้ประกาศอิสรภาพที่เมืองแครง เมื่อ พ.ศ. ๒๑๒๗  แล้ว  โปรดฯ ให้พระยาเกียรติ  พระยาราม  และพระมหาเถรคันฉ่อง  พร้อมด้วยญาติโยมตามเสด็จมายังพระนครศรีอยุธยาด้วย  เมื่อมาถึงพระนครศรีอยุธยาแล้ว  พระราชทานให้พระยาเกียรติ  พระยาราม  อยู่ตำบลบ้านขมิ้น  วัดขุนแสน  ญาติโยมของพระมหาเถรคันฉ่องนั้น  ให้อยู่ตำบลบ้านหลังวัดนก[๑]    นอกจากนั้นพระยาโบราณราชธานินทร์ยังได้กล่าวถึงในคำอธิบายแผนที่พระนครศรีอยุธยาตอนหนึ่งว่า  ย่านหลังวัดนก  หน้าวัดโพง  มีร้านชำไทยมอญขายขัน  ถาด  พานน้อยใหญ่  สรรพเครื่องทองเหลืองครบ  แลมีตลาดขายของสดเช้าเย็นอยู่ในย่านหน้าวัดนก[๒]

          ปัจจุบัน วัดนก  เป็นวัดร้าง ตั้งอยู่ในเขตตำบลประตูชัย  อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  สภาพทั่วไปของวัดนกคงมีแต่โบราณสถาน  ประกอบด้วย  ปรางค์  และวิหาร  ซึ่งกรมศิลปากรได้ดำเนินการขุดแต่งและบูรณะแล้ว  ดังนี้

          ปรางค์    ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของวิหาร  บนฐานสี่เหลี่ยมมีฐานย่อมุมเรียงซ้อนขึ้นไป ๓ ชั้น  จึงเป็นเรือนธาตุ ซึ่งทำเป็นจระนำ ๔ ทิศ  เฉพาะด้านทิศตะวันออกทำเป็นมุขยื่นออกมาจากเรือนธาตุ  และมีบันไดทางขึ้นเข้าสู่ห้องคูหาหรือครรภธาตุ  ที่จระนำทั้ง ๓ ด้าน  ประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้น  ภายในเรือนแก้วเป็นพระพุทธรูปประทับยืน  พระหัตถ์แสดงปางประทานอภัย  ซึ่งชำรุดปรักหักพังไปบางส่วน  ที่เรือนแก้วปั้นปูนเป็นลายกระหนก ลักษณะเป็นกระหนกที่ยังปรากฏร่องรอยของรูปแบบศิลปะ  ซึ่งน่าจะได้รับอิทธิพลสืบต่อมาจากศิลปะสมัยลพบุรี
          บริเวณชั้นเรือนธาตุส่วนที่เป็นย่อมุมนั้น  ยังปรากฏลวดลายให้เห็นอยู่บ้าง  ซึ่งเป็นการปั้นปูนประดับ  โดยเฉพาะลายบัวนั้นมีร่องรอยบ่งบอกว่ามีการสร้างซ่อมของเก่าอย่างเห็นได้ชัด  กล่าวคือ บัวหงายที่ปากฐานรองรับเรือนธาตุ  ตรงย่อมุม ส่วนลักษณะที่เป็นบัวรุ่นเก่าวิวัฒนาการมาจากบัวในศิลปะแบบลพบุรี
          เหนือเรือนธาตุ  ซ้อนทรงสี่เหลี่ยมย่อมุมเรียงลดหลั่นกันขึ้นไป ๓ ชั้น  รูปทรงคล้ายฝักข้าวโพดเตี้ย เป็นลักษณะของหลังคาปรางค์  ซึ่งสืบทอดมาจากหลังคาปราสาทแบบเขมร[๓]   แต่ละชั้นประดับด้วยกลีบขนุนซึ่งยังคงหลงเหลือให้เห็นได้บางส่วน รูปแบบของปูนปั้นประดับปรางค์ตามที่กล่าวมาข้างต้นเห็นได้ชัดว่า  ปรางค์วัดนกนี้เมื่อแรกน่าจะได้สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ ๒๐  และต่อมาได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์ในพุทธศตวรรษที่ ๒๒ และ ๒๓  ตามลำดับ

          วิหาร    ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันออกของปรางค์ และหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเช่นเดียวกัน  ลักษณะเป็นอาคารทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า  ด้านผนังหุ้มกลองชำรุดหักพังไปทั้ง ๒ ด้าน  คงเหลือร่องรอยเฉพาะผนังด้านข้างขวาซ้าย  ซึ่งเจาะช่องหน้าต่างไว้เพียงด้านละ ๑ ช่อง  ที่บริเวณผนังมีปูนปั้นรูปเสาประดับผนังด้านละ ๗ เสา  ปัจจุบันเหลือ ๕ เสา  และมีเสาแปดเหลี่ยมก่อด้วยอิฐ  เห็นเพียงโคนเสาเรียง ๒ แถวๆ ละ ๕ ต้น  และที่ระเบียงข้างวิหารทิศเหนือก็มีเสา ๗ ต้น  รองรับชายคา  ภายในวิหารมีอาสนะประดิษฐานพระพุทธรูปเรียงอยู่ติดผนังทั้ง ๒ ด้าน และในสุดมีฐานยกพื้นเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปประธาน  สังเกตุได้ว่าวิหารนี้น่าจะได้สร้างซ่อมเพิ่มเติมขึ้นใหม่ในยุคหลัง.